จากนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ของกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดให้สถานศึกษาลดชั่วโมงเรียน ของนักเรียนในภาควิชาการตามกลุ่มสาระหลักในชั้นเรียนถึงเวลา 14.00 น. จากนั้นนักเรียนจะได้ทำกิจกรรม นอกห้องเรียน ในกลุ่มสาระที่เหลือแบบบูรณาการและกิจกรรมกลุ่ม ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนลดความเครียด และเสริมสร้างทักษะทุกด้าน คือด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคมนั้น สะเต็มศึกษาเป็นแนวทางการจัด การเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์ เข้าด้วยกัน ที่จะทำให้นักเรียน ได้เรียนรู้อย่างมีความหมายและเชื่อมโยงกับชีวิตจริง และเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนสามารถนำมาใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการจัดกิจกรรมตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ได้

          ที่ผ่านมาสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้ขับเคลื่อนการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตั้งศูนย์สะเต็มศึกษาแห่งชาติที่ สสวท. และร่วมมือกับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดตั้งศูนย์สะเต็มศึกษาภาคในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ 13 ศูนย์ เพื่อให้บริการวิชาการ และขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาในระดับภูมิภาค

          นายภักดี เหมทานนท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช จ. นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การบริหารจัดการการเรียนเปลี่ยนการสอนสะเต็มศึกษานั้นสอดรับกับนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยโรงเรียนสามารถนำกิจกรรมสะเต็มศึกษาไปใช้จัดกิจกรรมได้เลย นอกจากนี้ผู้บริหารโรงเรียนต้องสนับสนุนการทำงานเชิงบูรณาการของครูในวิชาที่เกี่ยวข้องกับสะเต็มศึกษา

         ในฐานะที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช เป็นศูนย์สะเต็มศึกษาของภาคใต้ตอนบน มีแนวทางในการขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาในระดับศูนย์สะเต็มศึกษาภาค ขยายไปสู่โรงเรียนเครือข่าย 6 โรงเรียน ทั้งโรงเรียนระดับประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาส และโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา รวมทั้งขยายผลไปสู่โรงเรียนมัธยมศึกษาอื่น ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมนักเรียนทางด้านสะเต็มศึกษา โดยทำงานร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายทั้ง 6 โรงเรียน

         “ผมคิดว่าแนวทางการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษานั้นสอดคล้องอย่างยิ่ง กับนโยบายที่สำคัญ ของกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องของนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ โดยใช้เวลาตรงนั้นขับเคลื่อนให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้นั้น มีกิจกรรมที่หลากหลาย ให้นักเรียนได้เลือกกิจกรรมตามที่นักเรียนสนใจ ทั้งกีฬา ดนตรี ศิลปะ เรื่องการงานอาชีพ เทคโนโลยี ซึ่งหากสนใจเรื่อง สะเต็มศึกษาก็เข้ากิจกรรมเกี่ยวกับสะเต็มศึกษาได้”

        จากการส่งเสริมสะเต็มศึกษาในโรงเรียนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีผลเกิดขึ้นกับนักเรียนโดยตรง ประการแรก ก็คือ นักเรียนสนใจเรียนมากขึ้น นักเรียนมีความสุขในการเรียน มีโอกาสได้ลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง ได้เล่นปนเรียน ได้ทดลอง ได้คิด ได้แก้ปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่สนุกและท้าทายกับนักเรียน และประการที่ 2 ก็คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ทั้งการสอบระหว่างภาค การสอบปลายภาค ของนักเรียนเองที่โรงเรียน ทั้งผลการสอบ โอเน็ตก็มีแนวโน้มสูงขึ้นสำหรับวิชาวิทยาศาสตร์และวิชาคณิตศาสตร์ รวมทั้งชิ้นงานที่เกิดขึ้นจากการส่งเสริม การเรียนรู้แบบสะเต็ม นักเรียนมีโครงงานเกิดขึ้นมากมายเพราะเราส่งเสริมให้นักเรียนได้คิดได้ทำโครงงาน และนวัตกรรมใหม่ๆที่นักเรียนคิดค้นขึ้นมา แล้วโรงเรียนจัดประกวดแข่งขันเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ผลิตชิ้นงานต่าง ๆ ซึ่งถือว่าก้าวหน้ามากครับ

       นายเสกสรร สรรสรพิสุทธิ์ ครูชำนาญการ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยมีครูแกนนำที่มาฝึกอบรมจาก สสวท. แล้วนำกิจกรรมสะเต็มศึกษากลับไปจัดการเรียนการสอน ทั้งจัดกิจกรรมบูรณาการในรายวิชาที่สอนอยู่ปกติในหลักสูตรอยู่แล้ว มีการขยายผลไปถึงครูอาจารย์ท่านอื่น สามารถนำสะเต็มศึกษาไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในรายวิชาอื่น ๆ เช่น รายวิชาโครงงาน รายวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์

      นอกจากนี้ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ยังมีการปรับหลักสูตรในบางรายวิชาที่เป็นหลักสูตรเพิ่มเติมของโครงการพิเศษ โดยการนำสะเต็มศึกษาเข้าไปให้นักเรียนเรียนรู้อย่างบูรณาการโดยไม่ได้แบ่งแยกเป็นรายวิชา แต่ว่าจะเป็นรายวิชาที่มุ่งพัฒนาทักษะ กระบวนการ ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ทักษะการคิดวิเคราะห์และ การแก้ไขปัญหาตามแนวทางของสะเต็มศึกษา และในรายวิชาอื่นด้วย เช่น รายวิชาโครงงาน มีการกระตุ้น ให้นักเรียนทำโครงงานในลักษณะที่เป็นโครงงานบูรณาการทั้ง 4 สาขาวิชาในสะเต็มศึกษานี้ ไปเชื่อมโยงให้มากขึ้น

       “ในโรงเรียนมีชุมนุมสะเต็มคลับ ทั้ง ม.ต้น และ ม.ปลาย มีนักเรียนที่ให้ความสนใจกับสะเต็มศึกษามาทำกิจกรรมร่วมกัน ในแต่ละสัปดาห์ ครูหลายท่านอาจกังวลใจว่าจะแบ่งเวลาจากหลักสูตรปกติมาจัดกิจกรรม สะเต็มซึ่งจะต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างไร ผมคิดว่านโยบายเรื่องลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จะสามารถเอื้ออำนวยให้ครูสามารถจัดสรรเวลาในการออกแบบกิจกรรม โดยใช้เวลาที่เราจะเพิ่มเวลารู้ ให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายนี้ชัดเจน เป็นทางเลือกหนึ่งที่โรงเรียนนำไปใช้ ซึ่งโรงเรียนเครือข่ายสะเต็มศึกษาของ ร.ร. ยุพราชวิทยาลัย ก็ได้มีการนำเอากิจกรรมสะเต็มศึกษาไปเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มเวลารู้ของนักเรียนด้วย”

       นายเสกสรร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในเว็บไซต์ของศูนย์สะเต็มศึกษาแห่งชาติ www.stemedthailand.org จะมีสื่อ และแหล่งเรียนรู้ และเอกสารกิจกรรมคู่มือทั้งหลาย สามารถที่จะไปดาวน์โหลดในนั้นได้ นอกจากนี้แล้วเราสามารถที่ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากความสำเร็จของครูท่านอื่น ๆ ในเฟซบุ๊ค www.facebook.com/STEMEdThailand ได้อีกด้วย