ผู้การเร่รัก

ผู้การเร่รัก

เรื่องราวของผู้บังคับการเรือหนุ่มแห่งราชนาวีไทย ร่วมติดตามภารกิจป้องกันชาติและภารกิจหัวใจไปพร้อมๆกัน

ผู้เขียน อักษรายุทธ ชมแล้ว
ครั้ง โพสครั้งแรก แก้ไขล่าสุด

สารบัญ

ถูกสวมเขา

       

                                   

         ห้องรับประทานอาหารถือเป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่สำคัญ เพราะนอกจากคนในบ้านจะได้รับประทานอาหารร่วมกันแล้ว ยังบ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าบ้านได้เป็นอย่างดี

        บนโต๊ะอาหารตอนนี้ประกอบด้วย พลเรือเอกภาวิน ปราการนที ผู้บัญชาการทหารเรือ พ่อจอมเฮี๊ยบของผมซึ่งนั่งหัวโต๊ะตามสไตล์ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพและที่บ้าน คุณหญิงอารียา แม่ผู้ให้กำเนิด นั่งเคียงคู่กับ คุณนายเกวลิน แม่ของมุขลินทางฝั่งซ้าย พลเรือตรีวิชา สมุทธานุภาพ ผู้บัญชาการกองเรือตรวจอ่าว นั่งหัวโต๊ะอีกฝั่ง แน่นอนว่ามุขลินนั่งคู่กับผมทางฝั่งขวา

        ช่วงสายของวันนี้ทันทีที่ผมกับว่าที่คู่หมั้นมาถึงบ้าน แม่ดำเนินการเชิญพ่อแม่ของมุขลินมาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน รวมถึงเข้าไปบัญชาการแม่ครัวให้ประกอบอาหารที่ดีที่สุด

        ท่านวิชาถามว่า “สถานการณ์ทางชายแดนทางทะเลจันทบุรีและตราดเป็นยังไงบ้าง”

        “ปกติดีมากครับท่าน ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานพบเรือของกัมพูชารุกล้ำเพียงสี่ลำ แต่เป็นแค่เรือชาวบ้านมาทำการประมงครับ เรือของผมตรวจพบก็แค่ผลักดันกลับไปเท่านั้น ส่วนเรือประมงของชาวไทยเราทำมาหากินปกติ ผมหมั่นไปตรวจเยี่ยมเสมอครับ”

        คุณนายเกวลินยิ้มแย้มแล้วบอกว่า “เลิกเรียกท่านสักทีสิจ๊ะ เรียกว่าคุณพ่อได้แล้ว อีกหน่อยเราก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว”

        ผมอึกอัก พูดอะไรไม่ถูก “เอ่อ...”

        มุขลินแตะแขนผมแล้วบอกแม่ของเธอว่า “คุณแม่อย่าเพิ่งกดดันพี่คลื่นสิคะ แกคงยังทำใจจะแต่งงานไม่ได้มั้งคะ ยังอยากเป็นผู้การเรือเจ้าสำราญต่อไปนานๆ”

        พ่อผมดุทันที “เฮ้ย..ยังทำตัวเละเทะอยู่อีกรึ คราวที่แล้วไปทอดสมอที่หัวหินสองสัปดาห์ วิชาบอกว่ามีผู้หญิงตามมาถึงกองเรือสองคนเลยมิใช่รึ”

        ผมเถียงผู้บังคับบัญชาระดับสูงคอเป็นเอ็น “โธ่พ่อครับ..พยาบาลสองคนนั้นเห็นผมไปบริจาคเลือดที่โรงพยาบาลหัวหิน จากนั้นก็มาสืบที่ท่าเรือว่าผมคือใครแล้วตามมาเอง ผมผิดตรงไหนครับ”

        แม่ผมหันไปพูดกับคุณนายเกวลินว่า “เอาอย่างนี้ดีไหมจ๊ะ ตุลาคมนี้คลื่นจะเข้าเรียน เสธ.ฯ เราจัดงานหมั้นก่อน จากนั้นเรียนจบติดนาวาโทแล้วก็แต่งเลย พี่อยากอุ้มหลานแล้วล่ะ ลูกชายเล่นตัวไม่ยอมมีภรรยาสักที”

        คุณนายเกวลินยิ้มกว้างด้วยความชอบใจ “ดีเลยค่ะ ลินก็อยากอุ้มหลาน อยากได้หลานผู้หญิงค่ะ”

        พ่อผมบอกว่า “แต่พี่อยากได้หลานชาย จะได้สืบทอดครอบครัวทหารเรือ”

        ท่านวิชากล่าวสำทับ “คิดเหมือนผมเลยครับพี่วิน ครอบครัวของเราจะต้องสืบสานงานกองทัพต่อไป”

        มุขลินได้ยินผู้ใหญ่คุยกันเรื่องมีลูกก็หน้าแดง เอนกายมาซบไหล่ผมด้วยความเขินอาย

        แม่ผมพยักเพยิดให้ตักอาหารให้มุก ยาแก้ไอน้ำดำตราลูกกตัญญูจึงต้องทำตาม “ทานปลากะพงทอดบ้างสิครับมุก แม่พี่ทำอร่อยนะ”

        มุขลินยิ้มหวานแล้วออดอ้อนว่า “ขอบคุณค่ะ มุกมีความสุขมากเวลาที่พี่คลื่นเอาใจ ปกติชอบทำตัวนิ่งๆ เป็นหุ่นขี้ผึ้งตลอดเลย”

        คุณนายเกวลินหัวเราะร่วน “ไปแซวพี่อย่างนั้นทำไมจ๊ะลูก พี่เค้าอาจจะเหนื่อยจากการทำงานก็ได้ เวลาออกทะเลเหนื่อยนะ มุกเป็นลูกทหารเรือก็น่าจะรู้นี่นา”

        “รู้น่ะรู้ค่ะคุณแม่ แต่ก็น่าจะทำสีหน้ามีความสุขเวลาอยู่กับคนรักบ้าง มุกแอบร้องไห้บ่อยเลย”

        แม่ผมครางด้วยความสงสาร “โถแม่คุณ” แล้วดุผมทันที “คลื่นนี่นะ ทำไมทำตัวอย่างนี้ รู้ทั้งรู้ว่าควรปฏิบัติตัวยังไง น่าตีที่สุด เอาอย่างนี้หนูมุก เดี๋ยวป้าจะโทรไปบอกอธิบดีให้สัปดาห์นี้หนูลาพักร้อน จากนั้นก็ให้คลื่นพาไปเที่ยว ป้าให้ยืมตัวลูกชายไปเลย”

        ผมสะดุ้งโหยง ได้แต่อ้ำอึ้งในลำคอ “เอ่อ..มะ..แม่”

        มุขลินประสานมือ ตาเป็นเป็นประกายด้วยความดีใจ “ว้าย..จริงนะคะคุณป้า ดีเหมือนกันค่ะ พักหลังงานยุ้งยุ่ง มุกเหนื่อยที่สุดเลย”

        ผมปฏิเสธว่า “ไปสองต่อสองจะไม่งามนะครับมุก พ่อแม่ของมุกก็อยู่ตรงนี้ด้วย พี่พาไปดูหนังฟังเพลงในกรุงเทพก็ได้นี่นา”

        ท่านปรีชารีบบอกว่า “ไปเถอะคลื่น พ่อไม่ว่าอะไรหรอก นี่ยุคนิวเคลียร์ไม่ใช่สมัยโบราณ เดี๋ยวก็จะหมั้นและแต่งงานกันแล้ว พ่อไม่ว่าหรอก”

        แทนตัวเองว่าพ่อทันทีเลย เชียร์จนออกนอกหน้า ทำไมผมจะไม่รู้ว่าท่านหวังอะไร คงหวังเอาใจให้พ่อผมดันขึ้นเป็นรองเสนาธิการทหารเรือปลายปีนี้

        แม่ผมหันไปเรียกป้าอิ่ม ข้าเก่าเต่าเลี้ยง รวมถึงเป็นแม่นมของผมด้วย “อิ่มขึ้นไปหยิบกระเป๋าชั้นบนห้องมาทีสิ จะเอาเงินให้คุณหนูพาคุณมุกไปเที่ยวสักหน่อย”

        ผมรีบปฏิเสธทันที “แม่ครับ ไม่ต้องหรอก ผมโตแล้วนะ การงานก็มี ไม่อยากกวนเงินแม่”

        แม่ยิ้มให้มุขลินแล้วพูดว่า “แม่ไม่ได้ให้คลื่นใช้ส่วนตัว แต่ให้พาว่าที่ลูกสะใภ้ไปเที่ยวต่างหาก”

        มุขลินก้มลงไหว้ด้วยความปลาบปลื้ม “ขอบพระคุณมากนะคะ คุณป้าดีกับมุกมากเลย สัญญาว่าจะดูแลพี่คลื่นให้มีความสุขที่สุดค่ะ”

        แล้วสองหญิงสูงวัยกับหนึ่งสาวสะพรั่งก็ยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความสุข ผิดกับผมที่นั่งนิ่ง ตามที่วางแผนไว้ ตั้งใจอยู่กับแม่สักสามวัน จากนั้นจะรีบกลับสัตหีบเพื่อไปหาพิ้ง แต่ผิดแผนไปซะได้

        หลังรับประทานอาหาร มุกสนทนากับคุณนายเกวลินและว่าที่แม่สามีอย่างสนิทสนมที่ห้องรับแขก ส่วนพ่อผมและว่าที่พ่อตาชวนกันไปส่องพระที่ห้องทำงานชั้นบน ส่วนผมปลีกวิเวกมาอัดบุหรี่ด้วยความเครียดที่ศาลาไม้หลังบ้าน

        หนุ่มรูปร่างมะขามข้อเดียวบึกบึน ผิวดำเมื่อมคนหนึ่งยกของว่างมาให้ ถามว่า “คุณหนูผู้การเป็นอะไรครับ อัดบุหรี่มวนต่อมวนเลย ปกติไม่ค่อยเห็นสูบ เครียดหรือครับ”

        “เออว่ะ กูโคตรเครียดเลย ไอ้เขียว เรื่องเดิมนั่นแหล่ะ”

        นายเขียวคนสวนประจำบ้านพูดว่า “ทำไมคุณหนูผู้การไม่ชอบคุณมุกล่ะครับ สวยก็สวย หุ่นก็โคตรดี การงานเยี่ยม คุณหญิงถูกใจอีกต่างหาก ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ”

        “บอกไม่ถูกว่ะ กูไม่ชอบแนวนี้นี่หว่า”

        “แล้วผู้ชายอย่างคุณหนูผู้การชอบแนวไหนล่ะครับ แนวแบบคุณมุกนี่ใครเห็นก็ชอบทั้งนั้น”

        “ชอบคนที่เข้ากับกูได้โว้ย แต่มุกนี่กูไม่มั่นใจว่ะ”

        นายเขียวหันไปมองรอบๆ เมื่อทางสะดวกก็กระซิบถามว่า “เข้าไม่ได้จริงหรือครับ ผมรู้นะว่าสะบึมกันมาตลอด ถ้าเข้ากันไม่ได้คุณมุกจะติดคุณหนูผู้การเป็นตังเมขนาดนี้หรือครับ”

        ...โป๊กกก!!!... ผมเขกศีรษะมันดังสนั่นแล้วดุว่า “ทะลึ่งแล้ว ถ้าแม่ได้ยินมึงพูดแบบนี้ โดนตบหน้าและถูกไล่ออกแน่ เออ..ไอ้เรื่องอย่างนั้นน่ะเข้ากันได้ดี แต่คนที่อยู่ด้วยกันไม่ใช่เรื่องนั้นเรื่องเดียว มึงเข้าใจใช่ไหมวะ”

        นายเขียวพยักหน้าเห็นด้วย ถามว่า “ให้ผมเดานะครับ ตอนนี้คุณหนูผู้การมีคนที่ชอบแล้วใช่ไหมล่ะ”

        ผมนั่งนิ่ง จ้องมองไปที่หมู่แมกไม้ที่พ่อให้คนสวนปลูกไว้มากมายอย่างเศร้าใจ คนที่ชอบ? ใคร? หรือว่าจะเป็นพิ้ง!!!

        ทันใดนั้น มุขลินโผล่พรวดมาที่ข้างศาลา บ่นว่า “พี่คลื่นอยู่ที่นี่เองหรือคะ มุกตามหาซะทั่วบ้าน”

        “มีอะไรครับ”

        เธอก้าวขึ้นศาลาแล้วรีบนั่งคล้องแขน ออดอ้อนว่า “พี่พามุกไปซื้อชุดว่ายน้ำหน่อยสิคะ เห็นแบรนด์ที่ชอบออกคอลเลกชั่นใหม่ เซ็กซี่มากเลย มุกอยากใส่เวลาเล่นน้ำทะเลกับพี่ ว่าแต่ทำไมพี่ชอบมานั่งตรงนี้นัก” แล้วหันมาดุนายเขียวว่า “เอ๊ะ..นั่งหน้าสลอนทำไมเนี่ย ไม่มีงานการรึไง เดี๋ยวชั้นจะบอกคุณป้าให้ไล่ออก”

        นายเขียวสะดุ้งโหยง ผมพยักเพยิดให้ไปทำงาน มันลุกขึ้นแล้วเดินก้มตัวผ่านไป แอบพูดกับผมเบาๆ ว่า “ผมรู้แล้วทำไมคุณหนูผู้การไม่ชอบแนวนี้”

        มุขลินตวาดเสียงแหลม “กระซิบอะไรมิทราบ นินทาชั้นเรอะ”...

        ดวงอาทิตย์ดวงโตคล้อยต่ำส่องแสงสุดท้ายสีส้มสู่ผืนน้ำ เกลียวคลื่นและหาดทรายขาวที่ทอดยาว ไม่มีดวงอาทิตย์ตกที่ใดเหมือนกันเลย ไม่ว่าจะเป็นสี เมฆ ทิวทัศน์ ทุกสถานที่ล้วนมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง

        เช่นเดียวกับหาดทรายรีแห่งนี้ที่เป็นจุดชมดวงอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ภาพเรือนำเที่ยวกำลังกลับท่าหลังพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำตามจุดต่างๆ ตลอดทั้งวัน แล่นผ่านดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะลับขอบฟ้า ช่างน่าประทับใจเหลือเกิน

        ตามคำบัญชาจากแม่รวมถึงคำยุยงจากว่าที่แม่ยาย ผมจำต้องพามุขลินมาพักผ่อนหย่อนใจกึ่งฮันนีมูนที่เกาะเต่า เกาะเล็กๆ ที่มีโลกใต้น้ำที่สวยที่สุดของฝั่งอ่าวไทย

        สาวสะพรั่งกึ่งนั่งกึ่งนอนใช้ข้อศอกยันหาดทรายนุ่มขาวละเอียดเหม่อมองทัศนียภาพที่งดงามดุจภาพวาดของจิตรกรเอก เธอใส่ชุดบิกินี่สีดำเรียบหรู ส่วนที่ควรโค้งก็โค้ง ส่วนที่ควรนูนก็นูนและส่วนที่ควรเว้าก็เว้าได้รูป แถมยังมีช่วงขาเรียวยาวและบั้นท้ายกลมกลึง ยังไม่นับใบหน้าที่สวยสง่าปนยั่วยวน ต่อให้นักพรตที่บำเพ็ญเพียรมานานแล้วเห็นภาพนี้ สามารถตบะแตกได้เหมือนกัน

        มุขลินครางว่า “สวยจังเลยค่ะพี่คลื่น ขนาดดูมาสองวันแล้วยังไม่เบื่อเลย”

        ผมจ้องวงหน้าสวยซึ้งที่มีแสงแดดสุดท้ายฉาบเคลือบแล้วตะลึง มุขลินเป็นคนสวยระดับต้นๆ ของประเทศสยามานุสตินี้เลยก็ว่าได้ เป็นหญิงสาวที่ดีเลิศทุกด้าน เสียอย่างเดียว ผมไม่ได้รักเธอ

        “แต่สวยไม่เท่ามุกหรอกครับ ไม่ว่าจะที่หาดทรายรี แหลมพรหมเทพ หรือแม้กระทั่ง Santa Monica Pier (Los Angeles) ที่มุกพาพี่ไปเมื่อปีก่อน ก็ยังสวยสู้คนงามตรงนี้ไม่ได้เลย”

        “ทำไมปากหวานจังเลย มุกใจละลายทุกครั้งเวลาที่พี่พูดอย่างนี้”

        “พูดจากใจจริงครับไม่ได้ปากหวานมั่วซั่ว มุกทั้งสวยและดีพร้อมทุกอย่าง บางครั้งพี่คิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมจะเติมเต็มชีวิตของมุกด้วยซ้ำ”

        เธอตาแดงก่ำ โผเข้ามากอดแล้วสะอื้น “ฮือฮือ ทำไมพูดอย่างนี้คะ พี่คลื่นไม่อยากแต่งกับมุกเหรอ มุกไม่ดีตรงไหนคะ ฮือฮือ”

        ผมตกใจที่เธอร้องไห้ เช็ดน้ำตาให้แล้วบอกว่า “มุกดีทุกอย่างครับ พี่แค่คิดว่าตัวเองเป็นข้าราชการธรรมดาๆ คนหนึ่ง เงินเดือนเท่าหางเต่า ฐานะทางสังคมก็ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนอาชีพอื่น”

        เธอโน้มคอผมไปจุมพิตอีกครั้งแล้วบอกว่า “คนสมบูรณ์แบบอย่างมุก เลือกสิ่งที่ดีที่สุดมาตลอด ดังนั้นหากไม่เห็นว่าพี่เป็นคนพิเศษ มุกจะยอมคบด้วยทำไมคะ”

        “ไม่เอาดีกว่า เลิกพูดเรื่องเศร้าเถอะ ถ้ามุกอารมณ์ไม่ดีเดี๋ยวแม่จะดุพี่ได้”

        มุขลินพูดด้วยความไม่พอใจว่า “อ่อ..กลัวคุณป้าดุนี่เอง ไม่ได้ทำออกมาจากใจเลย ทำไมคะ ทำไมพี่ถึงไม่แสดงออกว่ารักมุกบ้าง หรือว่าพี่มีคนที่รักอยู่แล้ว”

        ผมสะอึก ไม่รู้จะตอบอย่างไร ขืนบอกว่าเราสองคนเข้ากันไม่ได้ เธออาละวาดแน่นอน ได้แต่กล่าวขอโทษ เธอหน้าตูมแล้วออกคำสั่งว่า “ไม่รู้ล่ะ พรุ่งนี้ออกจากเกาะเต่าแล้ว พี่ต้องพาไปเที่ยวหัวหินอีกหนึ่งวัน มุกอยากจะดื่มไวน์และเต้นรำเพื่อลืมคำพูดชุ่ยๆ ของใครบางคน”

        “เอ่อ..เที่ยวทั้งเกาะเต่าและเกาะนางยวนมาสามวันยังไม่พออีกเรอะ”

        เธอตวาดผมเบาๆ ว่า “ทำไมคะ ก็มุกไม่ค่อยได้เที่ยวทะเลเมืองไทยนี่นา อย่าขัดใจได้ไหมล่ะ”

        เพราะเธอเป็นอย่างนี้ เกิดมาในตระกูลดี ฐานะร่ำรวย มีการศึกษาขั้นสูงที่สุด รวมถึงองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้คิดว่าตัวเองวิเศษสมบูรณ์ ตลอดเวลาที่ลองคบหา ผมต้องเป็นฝ่ายทำตามคำสั่งของเธอทุกเรื่อง แทบจะไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไรเลย บางครั้งจะอ้าปากแย้งก็จะมีลูกคู่คอยสนับสนุนนั่นคือแม่ผมนั่นเอง ทำให้ผมอึดอัด

        เธอเห็นผมเงียบไปก็เข้ามาโอบกอด ยื่นหน้ามาชิดแล้วฉอเลาะว่า “งอนเหรอคะ มุกก็แค่อยากอยู่กับพี่นานๆ นี่นา ได้ใกล้ชิด พูดคุย ออดอ้อนรวมถึงมีเซ็กส์ มุกผิดเหรอ”

        “จ้า..มุกถูกเสมอจ้า ว่าแต่กลับห้องพักเถอะ เล่นน้ำกันมานานแล้ว จะได้ทานข้าวแล้วพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องเดินทางไกล”...

                                   

        โปรแกรมการฮันนีมูนยังไม่จบสิ้น ผมยังต้องพาว่าที่คู่หมั้นมาพักที่หัวหินอีกหนึ่งคืน อดทนอีกหนึ่งวันแล้วกัน หลังจากกลับบ้านแล้วผมจะรีบดิ่งไปสัตหีบทันที เพิ่งรู้ว่าตัวเองคิดถึงพิ้งมากเพียงใด

        หลังจากพามุขลินเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในหัวหินจนหนำใจแล้ว ประมาณหนึ่งทุ่มเราสองคนแวะหาอะไรอร่อยๆ ทานที่ตลาดโต้รุ่งอันโด่งดัง

        ชายหนุ่มร่างสูงบึกบึนหน้าคมเข้มสวมกางเกงขาสั้นลำลองกับเสื้อยืด กำลังเดินโอบไหล่สาวสวยซึ้งปล่อยผมนุ่มหนาสีดำขลับเหยียดตรงลงมากลางหลัง เธอใส่เสื้อกล้ามสีขาว หัวไหล่ขาวกลมกลึงส่องประกาย กับกางเกงขาสั้นสีฟ้าโชว์เรียวขาสวย หนุ่มน้อยใหญ่แทบทุกคนเหลียวมองคอแทบหัก

        เรามารับประทานอาหารทะเลกันที่ร้านหนึ่ง และตามสไตล์ของมุขลิน เธอสั่งมาจนเต็มโต๊ะทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา แต่ทานหมดหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง แต่ส่วนมากจะเหลือเกือบเต็มจาน เพราะเธอทานแค่อย่างละนิดหน่อยพอให้หายอยาก

        มุขลินบอกว่า “เดี๋ยวกลับไปโรงแรมแล้วเราไปผับกันต่อนะคะ พรุ่งนี้ตื่นเที่ยงไปเลย จากนั้นค่อยกลับบ้าน นะคะๆ ที่รัก”

        ผมเบ้ปาก พูดแบบเซ็งจิตว่า “จ้า...พี่มีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยรึ”

        “พี่คลื่น...เริ่มพูดกวนประสาทอีกแล้วนะ อดทนอยู่กับมุกอีกวันไม่ได้รึไง”

        อยากจะให้พ่อผมส่งเรือหลวงกันตังไปราชการสักสองปี จะได้ไม่ต้องพบเจอเรื่องอึดอัดใจ แต่คงยาก เพราะอีกไม่ถึงปีผมก็ต้องเข้าเรียนเสนาธิการทหารเรือแล้ว...

        เกือบตีสองแล้ว แต่ราตรีของหัวหินไม่ยอมหลับตามเวลา แสงไฟจากร้านรวงผับบาร์ยังส่องสว่างจ้าราวกลางวัน เสียงผู้คน เสียงเพลงดังอึกทึกครึกโครม รถราตามท้องถนนยังวิ่งกันขวักไขว่

        หลังกลับมาจากพามุขลินไปเต้นรำปลดปล่อยที่ผับดังแล้ว ผมนั่งดื่มไวน์รสละมุนและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อย่างสุนทรีอารมณ์จากระเบียงห้องพักชั้นสูงสุด แต่ยิ่งดื่มหน้าก็เริ่มตึง

        มุขลินนั่งกับผมได้สักพักก็ขอตัวไปอาบน้ำ จากนั้นคงจะนอนพักผ่อน ดีเหมือนกัน หากมีอะไรกันอีกผมคงจะขับรถไม่ไหว หลายวันมานี้แทบจะมีเซ็กส์ทุกช่วงเวลาว่าง สบตากันเป็นถอดเสื้อผ้า

        สักพักได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง ผมลุกขึ้นแล้วเปิดประตูกระจกเพื่อไปรับ แต่ยังไม่ทันก้าวเข้าประตูเห็นมุขลินรีบวิ่งมารับ ผมจึงกลับมานั่งเก้าอี้หวายที่ระเบียงเพื่อดื่มไวน์ต่อ

        “สองแสน!!!”

        เสียงนี้ปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ มุขลินหันมาดูว่าผมได้ยินหรือเปล่า ผมแกล้งมองวิวเบื้องหน้าโดยไม่สนใจสิ่งใด แต่เงี่ยหูฟังอยู่ ประตูกระจกปิดไม่สนิททำให้พอได้ยินอยู่บ้าง

        “มุกจะไปหาเงินจากไหนให้ทุกเดือนคะ เงินไม่ใช่น้อยซะด้วย มุกทำงานกระทรวงต่างประเทศนะ ไม่ได้ทำงานพิมพ์ธนบัตร”

        เธอคุยกับใคร เรื่องเงินๆ ทองๆ ซะด้วย

        “สถาปนิกอนาคตไกลคนนั้นหายไปไหนแล้ว ตอนนี้เหลือแต่เพียงหนุ่มต๊อกต๋อยขี้เมาและผีพนันเข้าสิง ขอเวลาวันสองวัน แต่มุกช่วยเหลือไม่ได้ตลอดนะ แม่เริ่มถามแล้วว่าเงินในบัญชีหายไปไหนมากมาย”

        เธอวางโทรศัพท์ไปแล้ว ผู้ชายคนนั้นคงเป็นแฟนเก่าหรืออะไรก็ตามแต่ เรื่องแบบนี้ผมไม่ถือหรอกว่าผู้หญิงจะผ่านมากี่คน แต่ที่สนใจคือเราสองคนกำลังคบกันกลายๆ แต่เธอกลับอุ้มชูและพบเจอกับหมอนี่อยู่ตลอด แถมยังหลอกทั้งพ่อแม่ผมและพ่อแม่ตัวเอง

        สักพักมีเสียงร้องเรียกตรงประตู “พี่คะ”

        

                                                           

        ผมหันไปแล้วถึงกับหายเมาเป็นปลิดทิ้ง มุขลินใส่ชุดนอนบางเฉียบสั้นแค่สะดือ ผ้าบางจนเห็นหน้าอกสวยได้รูปประดับด้วยยอดสีชมพูชูชัน ถัดมาเป็นหน้าท้องแบนราบที่ขาวดุจทะเลน้ำนมของพระนารายณ์ ท่อนล่างเป็นจีสตริงสีขาวอัดแน่นด้วยกลีบเนื้ออวบอิ่มที่ไม่มีกอหญ้าสักต้น

        เธอเข้ามานั่งตัก ตีหน้าเศร้าจนผมแสร้งถามว่า “มุกเป็นอะไรเหรอ หน้าเศร้าจัง เมื่อกี้ตอนเต้นรำยังสดใสร่าเริงอยู่เลย”

        “เอ่อ..มุกเครียดนิดหน่อยค่ะ ยัยมิกกี้โทรมาเมื่อกี้ มันเดือดร้อนเรื่องเงินนิดหน่อย ธุรกิจขาดทุน มันโทรมายืมเงิน แต่มุก เอ่อ..ไม่มีมากขนาดนั้นเพราะเพิ่งเอาไปลงทุนในตลาดหุ้น”

        ผมจูบเธอเบาๆ แล้วบอกว่า “ไม่ต้องอธิบายแล้ว ต้องการเท่าไหร่”

        “เอ่อ..สะ..สะ..สองแสนค่ะ”

        ผมไม่ตกใจอะไรเพราะรู้จำนวนเงินจากการแอบฟัง หัวเราะแล้วโอบเอวอ้อนแอ้น สูดดมกลิ่นหอมจากเรือนร่าง มือหยาบเลื่อนลูบไล้ทั้งเนินหน้าท้องและเต้าสวยแฝงแรงดีดสะท้อน

        “โธ่..สองแสนเอง เพื่อนของมุกก็เหมือนเพื่อนของพี่ มุกไปหยิบโทรศัพท์ของพี่ในห้องทีสิ พี่จะโอนเข้าบัญชีมุกแล้วกัน”

        เธอตกตะลึงไม่คิดว่าผมจะให้เงินง่ายดายปานนี้ หอมแก้มผมฟอดใหญ่แล้วรีบเข้าไปหยิบโทรศัพท์มาให้ ผมจัดการเข้าแอพลิเคชั่นของธนาคารคู่ฝาก จากนั้นภายในสองนาทีเงินสองแสนก็เข้าไปในบัญชีของเธอ

        เธอก้าวมานั่งคร่อมหันหน้าชนกัน บดขยี้ท่อนล่างเข้ากับแก่นกายของผมจนเริ่มขยายตัว อุทานเสียงสั่น “อูย...โอววว!!!”

        ผมขอระบายโทสะ เคยคิดว่าตัวเองเป็นฉลามผู้หญิง แต่แท้จริงแล้วเป็นแค่ควายทะเลตัวหนึ่งเท่านั้นเอง

        มุขลินรีบถอดชุดนอนให้พ้นตัวด้วยความต้องการตามธรรมชาติ หน้าอกขาวผ่องดีดผึงออกมาท้าทายแสงดาว ผมก้มหน้างับไปบนยอดอกนั้นทันที

        “อูววว..” เธอหน้าแดงเข้มด้วยเลือดลมที่สูบฉีด ลมหายใจกระชั้นถี่ด้วยความเสียวซ่าน มือนุ่มเลื่อนไปเกาะกุมลูบไล้ท่อนสวรรค์อย่างเพลิดเพลิน

        “พี่คลื่นขา ถ้าเราแต่งงานอยู่ด้วยกันคงจะสำลักความสุขจนล้นเลยนะคะ”

        ผมดันตัวมุขลินให้ลุกขึ้น ขยับถอดกางเกงตัวเอง เธอช่วยถอดอย่างเร่งรีบ จากนั้นเข้ามาโหย่งตัว แหวกจีสตริงตัวจิ๋วไปด้านข้าง ค่อยๆ หย่อนตัวเองลงมา

        “วี๊ดดด!!! อูววว!!!”

        เสียงครวญคราง เสียงเก้าอี้หวายที่ดังจากการเคลื่อนไหวของจ๊อกกี้สาวดังลั่นทั้งระเบียง แต่ผมกลับมองข้ามไหล่กลมมนที่ไหวสั่นไปยังดวงดาวบนท้องฟ้า พิ้งกำลังมองดาวดวงเดียวกับผมอยู่หรือเปล่า เหมือนที่เธอเคยบอก...

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา