ข้อสอบเอ็นทรานซ์ เคมี มีนาคม 2544

วิชา : เคมี ระดับชั้น : มัธยมปลาย
จำนวน : 50 ข้อ ผู้เข้าชม : 16,259 ระดับความยาก :
หน้าหลักคลังข้อสอบ ›› | หน้าหมวดวิชา ››
1 )  ใส่น้ำแข็ง 100 กรัม และโซเดียมคลอไรด์ปริมาณเล็กน้อย ลงในแก้วที่ปิดสนิท และว่างไว้ที่อุณหภูมิห้อง (30^0C) ปล่อยให้น้ำแข็งละลาย
เกี่ยวกับระบบนี้ข้อความใดถูกต้อง
 
ระบบมีการเปลี่ยนแปลงแบบคายพลังงาน เพราะในที่สุดน้ำจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น
ไม่มีการแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อม
มีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิของระบบเปลี่ยนแปลง
ระบบมีพลังงานเพิ่มขึ้น
2 )  ในการศึกษาแก๊ส 3 ชนิด ได้ผลการทดลองดังนี้






























ชนิดของแก๊ล
น้ำหนัก (g)
ปริมาตรcm^3
อุณหภูมิ^OC
ความดัน(atm)
A
0.16
0.20
100
0.50
B
22
20.0
T_1
P_1
C
56
80.0
T_1
P_1


ข้อสรุปใดถูก
 
แก๊ส A มีมวลโมเลกุลเท่ากับ 49
แก๊ส C แพร่ได้เร็วกว่าแก๊ส B
แก๊ส B คือ CO_2 และแก๊ส C คือ CO
ถ้า P_1 = 0.41 atm และ T_1 = -73^0C แก๊ส A มีมวลโมเลกุลน้อยกว่าแก๊ส C
3 )  ข้อใดมีผลทำให้การเกิดปฏิกิริยาเคมีเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน
 
เพิ่มอุณหภูมิ ลดความดัน
เพิ่มพื้นที่ผิว ใส่ตัวเร่งปฏิกิริยา
เพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น เพิ่มพลังงานก่อกัมมันต์
เพิ่มพื้นที่ผิว เพิ่มขนาดภาชนะที่บรรจุ
4 )  สาร X สามารถสลายตัวได้ดังสมการ 3X rightarrow 5Y + 6Z
เมื่อวัดความเข้มข้นของสาร X ในขณะที่เกิดปฏิกิริยาการสลายตัว พบว่า ได้ข้อมูลดังตารางต่อไปนี้


























เวลา (นาที)
[X]mol/dm^3
0.00
1.000
5.00
0.850
10.00
0.750
15.00
0.700
20.00
0.670


ที่เวลา 5 นาที จะมีสาร Y เข้มข้นกี่โมล/ ลูกบาศก์เดซิเมตร
 
0.15
0.25
0.85
1.42
5 )  ข้อมูลต่อไปนี้ ได้จากการทดลองสำหรับปฏิกิริยา 2A + B + 3C rightarrow 3D ที่อุณหภูมิ 25^0C



































ความเข้มข้นเริ่มต้น (mol . dm^{-3})
อัตราเริ่มต้นของปฏิกิริยา (mol . dm^{-3}S^{-1})
[A]
[B]
[C]
0.1
0.1
0.1
0.3
0.2
0.1
0.1
0.6
0.2
0.2
0.1
1.2
0.2
0.2
0.2
1.2

ข้อใดถูก
 
ถ้าใช้สาร A, B และ C อย่างละ 1 mol จะเกิดสาร D 1 mol เช่นกัน
ถ้าใช้สาร A, B และ C อย่างละ 1 mol สาร B จะทำปฏิกิริยาหมดก่อนสารอื่น ๆ
ถ้า [A] = 0.2, [B] = 0.2 และ อัตราเริ่มต้นของปฏิกิริยาจะเท่ากับ
สาร C ไม่เกี่ยวข้องกับอัตราการเกิดปฏิกิริยา
6 )  ถ้าพลังงานกระตุ้นของปฏิกิริยาทั้งสองต่อไปนี้มีค่าเท่ากัน
NH_3(g) + HCl(g) rightarrow NH_4Cl(s) ………(1)
N(CH_3)_3(g) + HCl(g) rightarrow NH(CH_3)_3Cl(s) ………(2)
อัตราการเกิดปฏิกิริยาที่ 50^0C ของปฏิกิริยาทั้งสองเปรียบเทียบกันเป็นอย่างไร เพราะเหตุใด
 
อัตราของทั้งสองปฏิกิริยาเท่ากัน เพราะ NH_3 และ N(CH_3)_3 มีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากัน
อัตราของปฏิกิริยา (1) สูงกว่าของ (2) เพราะ NH_3 เป็นโมเลกุลเล็ก จึงมีความเร็วในการวิ่งเข้าชนมากกว่า N(CH_3)_3
อัตราของปฏิกิริยา (2) สูงกว่าของ (1) เพราะ N(CH_3)_3 เป็นโมเลกุลใหญ่ ทำให้มีพื้นที่ผิวชนกันได้มากกว่า
อัตราของปฏิกิริยา (2) สูงกว่าของ (1) เพราะผลิตภัณฑ์ NH(CH_3)_3Cl เสถียรมากกว่า NH_4Cl
7 )  แก๊ส N_2O_4 สลายตัวให้ NO_2 ดังสมการ ถ้าทำการทดลองโดยบรรจุแก๊ส NO_2 และ N_2O_4 อย่างละ 2 mol ในภาชนะปิดที่ผนัง C สามารถเลื่อนได้ดังรูปโดยในส่วนของ A บรรจุ N_2O_4 จะในส่วนของ B บรรจุ NO_2 ทิ้งไว้จนแต่ละส่วนเข้าภาวะสมดุล ข้อใดข้อต่อไปนี้ถูกต้อง
 
ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาในส่วนของ A เป็นครึ่งหนึ่งของค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาในส่วนของ B
เมื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น ที่ภาวะสมดุลสีของแก๊สในส่วน B จะเข้มข้น ส่วนในส่วนของ A สีของแก๊สจะจางลง
ถ้าปรับปริมาตรของส่วน A ให้น้อยลงกว่าเดิม โดยเลื่อนผนัง C ในภาวะสมดุลสีของแก๊สในส่วน A จะจางลง
ถ้าให้ปริมาตรส่วนของ A และ B เท่ากัน ที่ภาวะสมดุลความดันแก๊สในส่วน A และส่วน B จะเท่ากันด้วย
8 )  กำหนดให้ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาต่อไปนี้ ที่อุณหภูมิ มีค่า a, b และ c ดังนี้
2N_2O(g) rightleftharpoons 2N_2(g) + O_2(g) K_1 = a
2N_2O_4(g) rightleftharpoons 4NO_2(g) K_2 = b
N_2(g) + 2O_2(g) rightleftharpoons 2NO_2(g) K_3 = c
2N_2O(g) + 3O_2(g) rightleftharpoons 2N_2O_4 K_4 = …….
K_4 มีค่าเท่าใดในเทอม a, b และ c
 
a + c - b
a + 2c - b
ac / b
ac^2/b
9 )  ปฏิกิริยา X(g) rightleftharpoons Y(g) + Z(g) เกิดในระบบปิดที่อุณหภูมิคงที่ ถ้านำแก๊ส X จำนวนหนึ่งใส่ลงในภาชนะขนาด 2 dm^3 ที่สมดุล พบว่า ความเข้มข้นของ X เท่ากับ 0.2 mol/dm^3 เมื่อเติม X ลงไปอีกจำนวนหนึ่งพบว่า ที่สมดุลใหม่ความเข้มข้นของ X เปลี่ยนเป็น 1.8 mol/dm^3 ความเข้มข้นของสมดุลใหม่ของแก๊ส Y จะเป็นกี่เท่าของค่าเดิม
 
1/4
2
3
4
10 )  พิจารณากราฟระหว่าค่าคงที่สมดุลของอุณหภูมิต่อไปนี้ ข้อสรุปใดถูก
 
กราฟ A ได้จากปฏิกิริยาคายความร้อน และกราฟ B ได้จากปฏิกิริยาดูดความร้อน
เมื่อเพิ่มอุณหภูมิให้กับกราฟ A จะได้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น
เมื่อเพิ่มอุณหภูมิให้กับกราฟ B จะได้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น
เมื่อเพิ่มอุณหภูมิให้กับกราฟ A และลดอุณหภูมิให้กราฟ B จะได้ผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
11 )  พิจารณาปฏิกิริยา ClO^-_3 + H_2O rightleftharpoons IO^-_3 + H^+ + Cl^- (สมการยังไม่ดุล)
จำนวนอิเล็กตรอนที่เกี่ยวข้องต่อ 1 โมเลกุลในสารตั้งต้นของครึ่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน เป็นเท่าใด
 
มากกว่า 2 แต่ไม่เกิน 9
มากกว่า 9 แต่ไม่เกิน 12
มากกว่า 12 แต่ไม่เกิน 20
มากกว่า 20
12 )  กำหนดให้ A^+ + e rightarrow A E^0 = -1.5 V
B^+ + e rightarrow B E^0 = -0.5 V
C^+ + e rightarrow C E^0 = 0.1V
D^+ + e rightarrow D E^0 = 0.8 V

พิจารณาปฏิกิริยาต่อไปนี้
ก. A^+ +D rightarrow D^+ +A
ข. C^+ + B rightarrow C + B^+
ค. D^+ + C rightarrow D + C^+
ง. A^+ + D rightarrow B + D^+
ปฏิกิริยาใดสามารถเกิดได้จริงตามธรรมชาติ
 
ข้อ ก และ ข้อ ข
ข้อ ก และ ข้อ ค
ข้อ ข และ ข้อ ค
ข้อ ข และ ข้อ ง
13 )  จากข้อมูลต่อไปนี้
ก. Zn ไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำแต่ Na ทำปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำ
ข. จุ่ม Cu ลงในสารละลาย AgNO_3 สารละลายจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อน
ค. จุ่ม Zn ลงในสารละลาย CuSO_4 สีฟ้าของสารละลายจางลง
จงเรียงลำดับความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์จากมากไปน้อย
 
Na, Zn, Cu, Ag
Zn, Na, Cu, Ag
Cu, Zn, Ag, Na
Ag, Cu, Zn, Na
14 )  กำหนดให้
ก. 2H^+(aq) + 2e^- rightarrow H_2(g) E^0 = 0.00 V
ข. 2H_2O(l) + 2e^- rightarrow H_2(g) + 2OH^-(aq) E^0 = -0.83 V
ค. O_2(g) + 2H_2O(l) + 4e^- rightarrow 4OH^-(aq) E^0 = +0.40 V
ง. O_2(g) + 4H^+(aq) + 4e^- rightarrow 2H_2(l) E^0 = +1.23 V
ข้อใดเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาในเซลล์เชื่อเพลิงโดรเจน – ออกซิเจน และศักย์ไฟฟ้าของเซลล์มีค่ากี่โวลท์
 
ข้อ ก และ ค, 0.40
ข้อ ข และ ค, 1.23
ข้อ ก และ ง, 1.23
ข้อ ข และ ง, 2.06
15 )  โลหะ X และ Y มีค่าเลขอะตอมมากกว่า 10 เกิดปฏิกิริยากลายเป็น X^+ และ Y^+ ตามลำดับ ทั้งพลังงานการระเหิดและพลังงานไอออไนเซชันของ X และ Y ใกล้เคียงกัน X^+ มีขนาดเล็กกว่า Y^+ ถ้านำโลหะX และ Y มาละลายน้ำข้อใดถูก
 
X ถูกออกซิไดส์เป็น X^+ ในสารละลายได้ง่ายกว่า Y และมีแก๊สไฮโดรเจนเกิดขึ้น
Y ถูกออกซิไดส์เป็น Y^+ ในสารละลายได้ง่ายกว่า X และมีแก๊สไฮโดรเจนเกิดขึ้น
Y ถูกออกซิไดส์เป็น Y^+ ในสารละลายได้ง่ายกว่า X และมีแก๊สออกซิเจนเกิดขึ้น
X และ Y ถูกออกซิไดส์เป็น X^+ และ Y^+ ในสารละลายได้ดีพอๆ กัน และมีแก๊สออกซิเจนเกิดขึ้น
16 )  การแยกสารลาย 3 ชนิด ที่มีความเข้มข้น 1.0 mol/dm^3 และน้ำด้วยไฟฟ้า เมื่อใช้ไส้ดินสอหรือแท่ง กราไฟต์เป็นอิเล็กโตรด ผลการทดลองใดผิด



































ข้อ

ชนิดของสารละลายหรือสาร


ผลการทดลอง
แอโนด แคโทด
1
NaCl
เกิดแก๊สO_2และCl_2
เกิดแก๊สH_2
2
Na_2SO_4
เกิด S_2O^{-2}_8
มีโลหะNaเกาะ
3
HCl
เกิดแก๊สCl_2 และO_2
เกิดแก๊สH_2
4
H_2O
เกิดแก๊สO_2
เกิดแก๊สH_2


กำหนดให้ ศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของอิเล็กโตรด


























E^0(V)
Na^+(aq) + e^- rightarrow Na(s)
-2.72
Cl_2(g) + 2e^- rightarrow 2Cl^-(aq)
1.36
O_2(g) + 4H^+(aq) + 4e^- rightarrow 2H_2O
1.23
2H_2O + 2e^- rightarrow H_2(g) + 2OH^-(aq)
-0.38
S_2O_8^{2-}(aq) + 2e^- rightarrow 2SO_4^{2-}
2.01
 
1
2
3
4
17 )  ข้อมูลจากการทดลองแยกสารตัวอย่างด้วยวิธีโครมาโตกราฟีกระดาษโดยใช้ตัวดูดซับและตัวทำละลายชนิดเดียวกัน และระยะทางที่ตัวทำละลายเคลื่อนที่เท่ากับ 15 เซนติเมตร เป็นดังนี้























สารตัวอย่าง
A
B
C
D
สีของสารตัวอย่าง
เหลือง
เขียว
น้ำเงิน
แดง
ระยะทางที่สารตัวอย่างเคลื่อนที่(cm)
5.8
13
9.4
2.7


ข้อใดผิด
 
ความสามรถในการละลายของสารตัวอย่างในตัวทำละลายคือ B > C > A> D
สารตัวอย่างสีน้ำเงินมีค่า R_f = 0.63
สามารถแยกสาร A ออกจากสาร B ได้ดีพอ ๆ กับการแยกสาร C ออกจากสาร D
ตัวทำละลายชนิดนี้สามารถนำมาใช้สกัดแยกสาร B ออจากสาร D ได้ดี
18 )  น้ำทะเลไอโอดีนร้อยละ 2.54 โดยมวล จงหาปริมาตรของน้ำทะเลในหน่วย dm^3 ที่มีไอโอดีนในรูปของไอโอไดด์ไอออนอยู่ 1.21 × 10^{24} อนุภาค
กำหนดให้ ความหนาแน่นของน้ำทะเลเท่ากับ 1.5 g cm^{-3}
 
4.3
6.7
10.0
13.3
19 )  จากปฏิกิริยาต่อไปนี้
2KClO_3 rightarrow 2KCl + 3O_2 , 2H_2O_2 rightarrow 2H_2O + O_2
2N_2O rightarrow 2N_2 + O_2 , 2OF_2 rightarrow O_2 + 2F_2
ถ้าใช้สารตั้งต้น 1 g สารตั้งต้นตัวใดเกิดปฏิกิริยาให้แก๊ส O_2 มากที่สุด
 
KClO_3
N_2O
H_2O_2
OF_2
20 )  จากข้อมูลต่อไปนี้






























ข้อ
สาร
สูตรโมเลกุล
มวลโมเลกุล
น้ำหนักสารในน้ำ0.5dm^3
ก.
น้ำตาลกลูโคส
C_6H{12}O_6
180
30 กรัม
ข.
กรดแอซีติก
C_2H_4O_2
60
15 กรัม
ค.
กลีเซอรอล
C_3H_8O_2
76
9.5 กรัม


ข้อใดผิด
 
ร้อยละโดยมวลของคาร์บอนในกลีเซอรอลมีค่าสูงที่สุด
ร้อยละโดยมวลของออกซิเจนในกรดแอซีติก มีค่าสูงกว่ากลีเซอรอล
ความเข้มข้นในหน่วย mol/dm^3 ของสารละลายเรียงจากน้อยไปมากคือ กลีเซอรอล น้ำตาลกลูโคส กรดแอซีติก
สารละลายกลูโคสมีจุดเยือกแข็งสูงกว่าสารละลายกลีเซอรอล
21 )  หินปูนตัวอย่างประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตและสิ่งเจือปนอื่นๆ ถ้านำหินปูนตัวอย่าง 1.00 kg มาเผาจนแคลเซียมคาร์บอเนตสลายตัวอย่างสมบูรณ์ พบว่าเกิดแก๊สคาร์บอนไดไซด์หนักเท่ากับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากเผาไหม้โพรเพน 110 g อย่างสมบูรณ์ จงจำนวนหาร้อยละของแคลเซียมคาร์บอนเนตในหินปูนตัวอย่าง
 
75
80
85
90
22 )  สาร A, B, C และ D มีรูปร่างดังกำหนดในตาราง
ข้อใดเป็นไปได้












































สาร
A
B
C
D
รูปร่าง
พีระมิดฐานสามเหลี่ยม
มุมงอ
สามเหลี่ยบแบนราบ
ทรงสี่หน้า
1
คู่เบสของH_2S
คู่กรดของH_2O
คู่กรดของPH_3
คู่เบสของNH^+_4
2
คู่กรดของH_2O
คู่กรดของHS^-
คู่เบสของHCO^-_3
คู่เบสของHSO^-_4
3
คู่เบสของHSO^-_4
คู่เบสของH_2O
คู่เบสของHNO_3
คู่กรดของNH_3
4
คู่เบสของHCO^-_3
คู่กรดของHS^-
คู่กรดของH_2O
คู่เบสของNH^+_4
 
1
2
3
4
23 )  เมื่อนำสารต่อไปนี้มาละลายน้ำ
ก. KI
ข. Al_2(SO_4)_3
ค. Na_2CO_3
ง. NH_4NO_2
กำหนดให้ K_b ของสารละลาย NH_3 = 1.8 x 10^{-5}
K_A ของ HNO_2 = 4.6 x 10^{-4}
สมบัติต่อไปนี้ของสาร ก – ง ข้อใดถูกต้อง



































สมบัติของสารละลาย
ข้อ
กรด
กลาง
เบส
1
ก และ ง
2
ค และ ง
3
ข และง
4
ข และ ง
 
1
2
3
4
24 )  HA เป็นกรดอ่อนมีค่าคงที่สมดุลการแตกตัวเท่ากับ 1 x 10^{-4} สารละลาย จะแตกตัวได้ร้อยละเท่าใด
 
1
2
4
10
25 )  นักเรียนคนหนึ่งทำการทดลองและได้ผลทดลองดังนี้
1. หยดฟีนอล์ฟทาลีนลงในสารละลาย X มีสีแดงเกิดขึ้น
2. หยดสารละลาย Y จากกระบอกฉีดยาลงในสารละลายข้อ 1 ทีละหยด เขย่าให้เข้ากัน สีแดงจางลงและเมื่อเปลี่ยนเป็นไม่มีสี หยุดหยดสารละลาย Y
3. นำสารละลายในข้อ 2 ไประเหยจนแห้งในถ้วยกระเบื้องได้ของแข็งสีขาว
4. หยดคองโกเรดลงในสารละลาย Y ได้สีน้ำเงิน
กำหนด






















อินดิเคเตอร์
สีที่เปลี่ยน
ช่วง pH ของการเปลี่ยนสี
โบรโมครีซอลเพอร์เพิล
เหลือง - ม่วง
5.2 - 6.8
ฟีนอล์ฟทาลีน
ไม่มีสี - แดง
8.3 - 10.0
คองโกเรด
น้ำเงิน - มวง
3.0 - 5.0


ข้อใดต่อไปนี้สอดคล้องกับข้อมูลข้างบน
ก. สารละลายในข้อ 2 มี pH 9
ข. สารละลาย Y มี [H_3O^+] = 10^{-3} mol/dm^3
ค. ปฏิกิริยาในข้อ 2 เป็นปฏิกิริยาสะเทิน
ง. ของแข็งสีขาวในข้อ 3 เป็นเกลือที่ละลายน้ำได้
จ. ถ้าหยดโบรไมครีซอลเพอร์เพิลลงในสารละลายที่มี pH เท่ากับ pH ของสารละลายในข้อ 2 จะได้สีม่วง
 
ข้อ ก ข้อ ข และ ข้อ ค
ข้อ ข ข้อ ค และข้อ จ เท่านั้น
ข้อ ก ข้อ และข้อ ง
ข้อ ข ข้อ ค ข้อ ง และข้อ จ
26 )  สารละลายผสมในข้อใดมีค่า pH เปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด เมื่อเติมสารละลาย HCl 0.1 จำนวน 0.5 cm^3
 
สารละลาย HCOOH 0.1 20 cm^3 และ NaOH 0.2 10 cm^3
สารละลาย HI 0.1 10 cm^3 และ KI 0.2 10 cm^3
สารละลาย CH_3COOK 0.1 20 cm^3 และ HCl 0.1 10 cm^3
สารละลาย NH_4Cl 0.2 10 cm^3 และ HCl 0.1 E^0
27 )  จากข้อมูลต่อไปนี้
อินดิเคเตอร์
ช่วง pH ที่ เปลี่ยนสี
สีที่เปลี่ยน
สีของสารละลายตัวอย่าง
เมทิลออเรนจ์
3.2 - 4.4
แดง - เหลือง
เหลือง
คองโกเรด
3.0 - 5.0
น้ำเงิน - แดง
แดง
ฟีนอลเรด
6.8 - 8.4
เหลือง - แดง
เหลือง
พิจารณาสารละลายต่อไปนี้ ก. สารละลาย H_2SO_4 2 x 10^{-6} ข. สารละลาย HA 0.1 ผสมกับ NaA 0.1 (K_a ของ HA เท่ากับ 5 x 10^{-5} ) ค. สารละลายที่มีแก๊ส HCl ที่ 27^0C จำนวน 0.001 โมล ละลายในน้ำ 50 dm^3 สารละลายในข้อใดเปลี่ยนสีอินดิเคเตอร์เช่นเดียวกับสารละลายตัวอย่าง (กำหนด log 2 = 0.3 log 5 = 0.7)
 
ข้อ ก เท่านั้น
ข้อ ข เท่านั้น
ข้อ ก และข้อ ข เท่านั้น
ข้อ ก ข้อ ข และข้อ ค
28 )  กราฟของความสัมพันธ์ระหว่างเลขอะตอมและพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่หนึ่งของธาตุ A, B, C และ D เป็นดังนี้ พิจารณาข้อสรุปต่อไปนี้ ก. C เป็นโลหะอัลคาไล ข. A และ C เป็นธาตุหมู่เดียวกัน ค. B เป็นธาตุเฮโลเจน ข้อใดถูก
 
ข้อ ก และข้อ ข เท่านั้น
ข้อ ข และข้อ ค เท่านั้น
ข้อ ก และข้อ ค เท่านั้น
ข้อ ก ข้อ ข และข้อ ค
29 )  ถ้าพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 – 5 ของธาตุ A มีค่าเท่ากับ 0.43 3.06 4.41 5.88 7.98 MJ mol^{-1} ตามลำดับ สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ A ในข้อใดเป็นไปได้
ก. ^{23}_{11}A
ข. ^{14}_7A
ค. ^{38}_{19}A
 
ข้อ ก เท่านั้น
ข้อ ข เท่านั้น
ข้อ ข และข้อ ค
ข้อ ก และข้อ ค
30 )  พิจารณาผลการทดลองในตาราง






























ระบบ
สีของสารละลายในชั้นของCCl_4
KCl + Br_2 + CCl_4
สีส้ม
KCl + I_2 + CCl_4
สีชมพู
KBr + Cl_2 + CCl_4
สีส้ม
KBr + I_2 + CCl_4
สีชมพู
KI + Cl_2 +CCl_4
สีชมพู
KI + Br_2 + CCl_4
สีชมพู

ข้อสรุปใดถูก
 
ไอโอดีนว่องไวในการทำปฏิกิริยามากกว่าโบรมีนและคลอรีน
โบรมีนไม่สามารถออกซิไดส์ KCl
2KCl + I_2 rightarrow 2KI + Cl_2
สีส้มในชั้นของ CCl_4 เป็นสีของ Cl_2
31 )  ในการรักษาโรคมะเร็งโดยวิธีรังสีบำบัดจะอาศัย Co - 60 เพื่อให้แผ่รังสีทำลายเนื้อเยื่อมะเร็งตามปฏิกิริยา

^{60}_{27}Co rightarrow ^{60}_{28}Ni + Y + Z

Y และ Z ตรงกับข้อใดตามลำดับ
 
รังสีเอกซ์ รังสีแกมมา
รังสีแกมมา รังสีแอลฟา
รังสีแอลฟา รังสีบีตา
รังสีบีตา รังสีแกมมา
32 )  ธาตุ ^{88}_{38}A สามารเกิดสารประกอบกับธาตุ ^{80}_{35}B สารประกอบที่เกิดขึ้นควรมีมวลโมเลกุลเท่าใด
 
168
248
256
328
33 )  พิจารณาในตารางธาตุต่อไปนี้












































ธาตุ
มวลอะตอม
ลักษณะที่อุณหภูมิปกติ
ความเป็นโลหะ อโลหะ
ความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยา
A
12.01
ของแข็งสีดำ อโลหะ น้อย
B
19.00
แก๊สสีเหลืองอ่อน อโลหะ มาก
C
22.99
ของแข็งสีนำ้เงิน โลหะเนื้ออ่อน มาก
D
28.09
ของแข็งสีเทา กึ่งโลหะ ปานกลาง
E
39.95
แก๊สไม่มีสี อโลหะ ไม่เกิดปฏิกิริยา


ธาตุใดบ้างอยู่หมู่เดียวกัน
 
ธาตุ B และธาตุ E
ธาตุ A ธาตุ B และธาตุ E
ธาตุ A และธาตุ D
ไม่มีธาตุใดอยู่ในหมู่เดียวกัน
34 )  ธาตุ M และ N มีการจัดอิเล็กตรอนดังนี้
M 2 8 18 6
N 2 8 18 32 18 4
สารประกอบระหว่าง M และ N ควรมีสูตรดังข้อใด
 
MN_2
M_2N
M_2N_3
M_3N_2
35 )  แรงระหว่างโมเลกุลในข้อใดผิด
 
แรงแวนเดอร์วาลส์ระหว่างโมเลกุล H_2O มีค่ามากกว่าระหว่างโมเลกุลของ NH_3
แรงลอนดอนระหว่างโมเลกุลของ SiH_4 มีค่ามากกว่าระหว่างโมเลกุลของ CH_4
พันธะไฮโดรเจนใน C_2H_5OH แข็งแรงมากกว่าใน C_2H_5SH
พันธะไฮโดรเจนใน CH_3F แข็งแรงมากกว่าใน CH_3OH
36 )  กำหนดตารางธาตุต่อไปนี้ รูปร่างโมเลกุลของ MG_3 มีลักษณะใด
 
มุมงอ
ทรงสี่หน้า
พีระมิดฐานสามเหลี่ยม
สามเหลี่ยมแบนราบ
37 )  กำหนดพลังงานพันธะเฉลี่ย (kJ/mol) ต่อไปนี้
C – C 348 C –H 413 C – O 358
C = O 745 O – H 463 O = O 498
ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของโพรพานอล(ในสถานะแก๊ส) 1 โมล ได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊ส CO_2 และไอน้ำจะคายหรือดูดพลังงานกี่กิโลจูลต่อโมล
 
คาย, 1525
คาย, 1883
ดูด, 1525
ดูด, 1883
38 )  สารคู่ใดมีคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพคล้ายคลึงกันมากที่สุด
 
CH_3CH_2CH_2CH_2CH_2CH_3 และ
และ
CH_3CH_2OCH_2CH_3 และ
และ
39 )  สาร A มีสูตรโมเลกุล C_7H_{12} สาร A ฟอกสีโบรมีนได้อย่างรวดเร็ว ให้สาร B มีสูตร C_7H_{12}Br_2 สาร A ทำปฏิกิริยากับสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนส ให้สาร C มีสูตร C_7H_{14}O_2 สาร C ทำปฏิกิริยากับโลหะโซเดียมให้แก๊สไฮโดรเจนแต่ไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต สาร A ควรเป็นสารในข้อใด
ก. สารประกอบแอลคีนโซ่เปิดที่มีพันธะคู่ 2 พันธะ
ข. สารประกอบแอลคีนที่มีโครงสร้างเป็นวง และมีพันธะคู่ 1 พันธะ
ค. สารประกอบแอลไคน์
ง. สารประกอบอะโรมาติก
ข้อใดถูกต้อง
 
ข้อ ก และข้อ ข
ข้อ ข เท่านั้น
ข้อ ค
ข้อ ง
40 )  จากผลการทดลองสารอินทรีย์ 4 ชนิดได้ผลดังตาราง / หมายถึงเกิดปฏิกิริยา x หมายถึงไม่เกิดปฏิกิริยา สาร A, B, C และ D ในข้อใดเป็นไปได้
 
1
2
3
4
41 )  ของผสมชนิดหนึ่งประกอบด้วยสาร ก, ข และ ค (มีสูตรโครงสร้างดังแสดง) ละลายอยู่ในอีเทอร์ สาร ก : สาร ข : สาร ค : นำสารละลายอีเทอร์ไปสกัดด้วยตัวทำละลายดังตาราง ผลการสกัดข้อใดถูกต้อง
ข้อ
ตัวทำละลาย
สารที่แยกจากสารสกัด
ชั้นอีเทอร์
ชั้นน้ำ
1
10% NaHCO_3
ข และ ค
2
NaCl อิ่มตัว
ก และ ค
3
10% NaOH
ก และ ข
4
น้ำ
ก และ ค
 
1
2
3
4
42 )  สารคู่ใดต่อไปนี้ไม่สามารถใช้โลหะโซเดียมบอกความแตกต่างได้ ก. CH_3COOH และ CH_3CH_2OH ข. CH_3CH_2OCH_2CH_3 และ CH_3CH_2CH_2CH_2OH ค. CH_3CH_2CH_2CH_2OH และ ง. CH_3COOC_2H_5 และ C_2H_5CO_2CH_3 ข้อใดถูก
 
ข้อ ก ข้อ ข และ ข้อ ค
ข้อ ข ข้อ ค และ ข้อ ง
ข้อ ข เท่านั้น
ข้อ ก ข้อ ค และ ข้อ ง
43 )  นำสาร 4 ชนิดไปทำการทดสอบได้ผลดังตาราง



































สาร
การเปลี่ยนแปลงเมื่อทดลองกับ
สารละลายเบเนดิกส์
สารละลายI_2ในKI
สารละลายCuSO_4ใน NaOH
A
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
เกิดสารสีน้ำเงิน
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
B
เกิดตะกอนสีแดงอิฐ
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
C
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
เกิดสารสีม่วง
D
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง
ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง


สาร A, B, C และ D อาจเป็นสารในข้อใด





































ข้อ
สาร A
สาร B
สาร C
สาร D
1
น้ำตาลทราย
น้ำแป้ง
สารละลายไข่ขาว
สำลี
2
กลูโคส
น้ำแป้ง
นมถั่วเหลือง
กระดาษกรอง
3
ฟรุกโตส
น้ำตาลทราย
สารละลายไข่ขาว
สำลี
4
น้ำแป้ง
ฟรุกโตส
นมถั่วเหลือง
กระดาษกรอง
 
1
2
3
4
44 )  ละลายน้ำมัน A, B, C และ D ในแฮกเซนให้มีความเข้มข้นเท่ากัน แล้วทดสอบการฟอกสีกับ Br_2
















น้ำมัน
A
B
C
D
จำนวนหยดของสารละลาย Br_2
37
45
74
90


ข้อสรุปใดผิด
 
น้ำมัน D มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากที่สุด
น้ำมัน C มีกรดไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าในน้ำมัน B
น้ำมัน A มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวน้อยที่สุด
น้ำมัน D และ C มีกรดไขมันอิ่มตัวเป็นสองเท่าของที่มีในน้ำมัน B และ A ตามลำดับ
45 )  สารในข้อใดที่ไม่ใช่กรดอะมีโนจากโปรตีน
 
46 )  ข้อความใดต่อไปนี้ผิด
ก. พอลิเอทิลีนเป็นเทอร์มอเซตที่โมเลกุลมีการเชื่อมโยงเป็นร่างแห ไม่สามารถนำมาหลอมใหม่ได้
ข. ภาชนะเมลามีนสามารถนำมารีไซเคิลหรือหลอมใช้ใหม่ได้เพื่อลดมลภาวะ
ค. พลาสติกที่มีโครงสร้างโมเลกุลเป็นโซ่ตรง จะอ่อนตัวเมื่อได้รับความร้อนและแข็งตัวเมื่อลดอุณหภูมิลงเรียกว่าเทอร์มอพลาสติก
ง. เทฟลอนที่ใช้เคลือบภาชนะหุงต้มนั้นเป็นเทอร์มอเชต เนื่องจากทนความร้อนดีมากและไม่หลอมเหลว
 
ข้อ ก และ ข้อ ข เท่านั้น
ข้อ ก ข้อ ข และ ข้อ ง เท่านั้น
ข้อ ก ข้อ ค และ ข้อ ง เท่านั้น
ข้อ ก ข้อ ข ข้อ ค และ ข้อ ง
47 )  ปฏิกิริยาในข้อใดจัดเป็นปฏิกิริยาแอลคิเลชัน
 
48 )  มลพิษในอากาศที่เกิดจากไฟไหม้ป่าพรุทางภาคใต้ของประเทศไทย และในประเทศอินโดนีเซียที่ส่งผลกระทบมายังประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ เกิดจากแก๊สในข้อใดมากที่สุด
 
CO, CO_2 และ SO_2
SO_2, N_xO_y และ CO_2
SO_2, N_xO_y และไฮโดรคาร์บอน
ไฮโดรคาร์บอน , ไอตะกั่ว และ CO_2
49 )  พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูก ก. สารประกอบของอะลูมิเนียมชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ในการทำน้ำประปามีสูตรเป็น ข. สารประกอบ AgI มีความสำคัญเพราะใช้เป็นส่วนผสมในเกลือสินเธาว์ เพื่อเพิ่มไอโอไดด์ไอออนในการบริโภค ค. สารประกอบฟอสฟอรัส จำพวกออร์กาโน – ฟอสเฟต ที่ใช้เป็นสารค่าแมลงนั้น สลายได้ง่ายจึงมีพิษตกค้างน้อย
 
ข้อ ก และ ข้อ ข
ข้อ ก และ ข้อ ค
ข้อ ข และ ข้อ ค
ข้อ ค เท่านั้น
50 )  สมการที่เกี่ยวข้องกับการถลุงแร่พลวง มีดังนี้
2Sb_2S_3 + 9O_2 rightarrow 2Sb_2O_3 + 6SO_2 ………….(สมการ 1)
2C + O_2 rightarrow 2CO ………….(สมการ 2)
Sb_2O_3 + 3CO rightarrow 2Sb + 3CO_2 ………….(สมการ 3)

พิจารณาข้อความต่อไปนี้
ก. แร่พลวงในธรรมชาติ คือ Sb_2S_3 ก่อนนำไปถลุงต้องเปลี่ยนให้เป็นออกไซด์ก่อน เรียกกระบวนการนี้ว่าย่างแร่ (สมการ 1)
ข. ออกไซด์ของพลวงถูก CO รีดิวซ์เป็นพลวง (สมการ 3)
ค. การเผาถ่านหินทุกครั้งจะได้ CO (สมการ 2)
ง. ถ้าแร่พลวงไม่บริสุทธิ์ จะต้องใช้ Na_2CO_3 มาดึงเอาสารปนเปื้อนออกมาเป็นตะกอน
ข้อใดถูก
 
ข้อ ก ข้อ ข และ ข้อ ค
ข้อ ข ข้อ ค และ ข้อ ง
ข้อ ก ข้อ ข และ ข้อ ง
ข้อ ก ข้อ ค และ ข้อ ง