ข้อสอบเอนทรานซ์ เคมี มีนาคม 2547

วิชา : เคมี ระดับชั้น : มัธยมปลาย
จำนวน : 40 ข้อ ผู้เข้าชม : 16,251 ระดับความยาก :
หน้าหลักคลังข้อสอบ ›› | หน้าหมวดวิชา ››
1 )  พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ ข้อใดต่อไปนี้มีสมบัติสอดคล้องกับข้อมูลสาร A, B และ C ตามลำดับ
 
น้ำยางดิบ น้ำมันเบนซิน ทรายบริสุทธิ์ SiO_2
น้ำนม เมทานอล CuSO_4 . 5H_2O
น้ำสบู่ น้ำเชื่อม แคลเซียมคาร์บอเนต
น้ำกะทิ แอลกอฮอล์ล้างแผล KMnO_4
2 )  จงพิจารณาการทดลองต่อไปนี้ ข้อสรุปใดผิด
สาร A ละลายน้ำ ทำให้บีกเกอร์ที่บรรจุสารละลายร้อนขึ้น
สาร B ละลายน้ำแล้วตั้งทิ้งไว้ 2 วัน เกิดผลึกสีเขียวขึ้น
สาร C ละลายน้ำ เกิดหยดน้ำเล็ก ๆ เกาะด้านนอกบีกเกอร์
เผาสาร D ในอากาศ เกิดเปลวไฟ เหลือเถ้าสีขาว
 
การละลายน้ำของสาร A เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
การละลายของสาร B จะคายความร้อนในวันแรกที่ตั้งทิ้งไว้
การละลายน้ำของสาร C เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน
การเผาสาร D เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน
3 )  พิจารณาปรากฎการณ์ต่อไปนี้ ก. เมื่อตั้งขวดน้ำอัดลมไว้กลางแดดนาน ๆ ขวดจะระเบิด ข. การผุดขึ้นของฟองแก๊สในขวดน้ำอัดลมเมื่อเปิดฝาขวด ค. การพองตัวจองขนมปังเมื่อเติม NaHCO_3 แล้วนำไปอบ ง. ขวดน้ำอัดลมแตกเมื่อแช่ทิ้งไว้ในช่องแข็วเป็นเวลานาน ปรากฎการณ์ใดข้างต้นเป็นไปตามกฎของชาร์ล หรือกฎของบอยล์
 
1
2
3
4
4 )  ปฏิกิริยา A_2 + B_2 rightarrow 2AB มีแผนภาพพลังงานดังรูป



ถ้าใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา พบว่าพลังงานก่อกัมมันต์ลดลง 10 kJ ข้อสรุปใดถูกต้องสำหรับปฏิกิริยาที่มีตัวเร่ง

 
พลังงานก่อกัมมันต์ของ A_2 + B_2 rightarrow 2AB มีค่า = 70 kJ
พลังงานก่อกัมมันต์ของ 2AB rightarrow A_2 + B_2 มีค่า = 45 kJ
พลังงานของปฏิกิริยา A_2 + B_2 rightarrow 2AB มีค่า = 25 kJ
พลังงานของปฏิกิริยา 2AB rightarrow A_2 + B_2 มีค่า = 15 kJ
5 )  พิจารณาข้อมูลของการเกิดปฏิกิริยา A + B + 2C rightarrow D + 2E ดังต่อไปนี้ อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้นกับความเข้มข้นของสารใดบ้าง
 
A และ B เท่านั้น
B และ C เท่านั้น
A และ C เท่านั้น
A, B และ C
6 )  พิจารณปฏิกิริยาเคมี 2 ปฏิกิริยาต่อไปนี้
ปฏิกิริยาที่ 1 A + B rightarrow 2C
ปฏิกิริยาที่ 2 A + 2B rightarrow D
ในการศึกษาอัตราของปฏิกิริยา โดยใช้สารเริ่มต้น A และ B อย่างละ 10 โมลเท่ากัน ที่อุณหภูมิเดียวกันพบว่าปฏิกิริยาทั้งสองสิ้นสุดพร้อมกันในเวลา 5 นาที
พิจารณาข้อสรุปต่อไปนี้
ก. อัตราการลดลงของ A ในปฏิกิริยาทั้งสองเท่ากัน แต่อัตราการลดลงของ B ในปฏิกิริยาที่ 2 จะเป็น 2 เท่าของอัตราการลดลงของ B ในปฏิกิริยาที่ 1
ข. อัตราการลดลงของ A ในปฏิกิริยาที่ 1 เท่ากับ 2 เท่าของอัตราการลดลงของ A ในปฏิกิริยาที่ 2
ค. อัตราการเพิ่มของ C เท่ากับสองเท่าของอัตราการเพิ่มของ D
ง. เมื่อปฏิกิริยาสิ้นสุด จำนวนโมลของ C จะเป็นสองเท่าของจำนวนโมลของ D
ข้อใดถูก
 
ก เท่านั้น
ข เท่านั้น
ก, ค และ ง
ข, ค และ ง
7 )  แก๊ส A และแก๊ส B ทำปฏิกิริยากันได้ 2 แบบ ให้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊ส C และแก๊ส D ตามลำดับ ดังข้อมูลในตาราง






















ปฏิกิริยาแบบ ปฏิกิริยา

พลังงานก่อกัมมันต์


ของปฏิกิริยาไปข้างหน้า

ค่าคงที่สมดุล อัตราการเกิดปฏิกิริยา
1

A + B +48.0 kJ  rightleftharpoons C

E_a(1) 8.3 0.2
2 A + B rightleftharpoons  D + 32.0 kJ E_a(2) 4.6 6.8

ข้อสรุปใดถูก
 
E_a(1) > E_a(2) ที่ภาวะสมดุล ความเข้มข้นของ C สูงกว่าความเข้มข้นของ D
E_a(1) > E_a(2) ถ้าอุณภูมิสูงขึ้น ปฏิกิริยาแบบ (1) จะเกิดช้าลง แต่ปฏิกิริยาแบบ(2) จะเกิดเร็วขึ้น
E_a(1) < E_a(2) ที่ภาวะสมดุล ความเข้มข้นของ C สูงกว่าความเข้มข้นของ D
E_a(1) < E_a(2) ถ้าอุณภูมิสูงขึ้น ปฏิกิริยาแบบ (1) จะเกิดช้าลง แต่ปฏิกิริยาแบบ(2) จะเกิดเร็วขึ้น
8 )  กำหนดพลังงานพันธะ(kJ mol^{-1}) ดังนี้
Cl-Cl � 242
C-Cl � �339
C-H � � 413
H-Cl� � 431
สำหรับปฏิกิริยา CH_4(g) + 2Cl_2(g) rightleftharpoons CH_2Cl_2(g) + 2HCl(g)
กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยานี้กับอุณหภูมิจะเป็นดังข้อใด
 
1
2
3
4
9 )  บรรจุแก๊ส CO, H_2O และ  CO_2 อย่างละ 1 mol ลงในภาชนะขนาด 10.0 dm^3 ที่อุณหภูมิสูงค่าหนึ่ง ปฏิกิริยาเกิดดังสมการ
CO(g) + H_2O(g) rightarrow CO_2(g) + H_2(g) K = 10.0
เมื่อปฏิกิริยาเข้าสู่ภาวะสมดุล ข้อใดถูก
 
จำนวนโมลของ H_2 เท่ากับ 1.0
จำนวนโมลของแก๊สแต่ละชนิดมีค่ามากกว่า 1.0
จำนวนโมลของCO_2 และ H_2 มีค่ามากกว่า 1.0 และจำนวนโมลของCO และ H_2O มีค่าน้อยกว่า 1.0
จำนวนโมลของCO_2 จะมากกว่า 1.0 และจำนวนโมลของ CO, H_2 และ H_2 จะมีค่าน้อยกว่า 1.0
10 )  ที่อุณหภูมิคงที่ ภาชนะปิดใบหนึ่งมีขนาดเท่ากับ V ลิตร ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน (A และ B) โดยมีผนังกั้น ถ้าภาชนะส่วน A บรรจุแก๊ส X และแก๊ส Y ที่มีมวลโมเลกุล M และ 16 M ตามลำดับอย่างละ 10 โมล ในขณะที่ภาชนะส่วน B เป็นสุญญากาศ หากมีรูรั่วเล็ก ๆ ที่ผนังกั้นทำให้แก๊สทั้งสองแพร่ไปยังภาชนะส่วน B โดยแก๊ส Y แพร่ด้วยอัตราเร็ว 1 โมลต่อนาที ทิ้งไว้จนระบบเข้าสู่ภาวะสมดุล พิจารณาข้อสรุปต่อไปนี้
ก.ภาชนะส่วน A มีแก๊ส X 5 โมล และแก๊ส Y 5 โมล
ข.ภาชนะส่วน A มีแก๊ส X 2 โมล และแก๊ส Y 8 โมล
ค.พลังงานจนของแก๊ส X สูงกว่าพลังงานจลน์ของแก๊ส Y
ง.ความดันสุดท้ายของภาชนะส่วน A เท่ากับครึ่งหนึ่งของความดันเริ่มต้น
ข้อใดถูก
 
ก และ ค
ก และ ง
ข และ ค
ข และ ง
11 )  ข้อใดถูก


































ข้อ ปฏิกิริยาเคมี ตัวรีดิวซ์ ตัวออกซิไดส์
1

Cl_2 + H_2O  rightarrow Cl^- + ClO^- + H^+

H_2O

Cl_2

2 S_2O^{2-}_3 + H^+ +  Cl_2 rightarrow SO^{2-}_4 + Cl^- + H_2O H^+ Cl_2
3 C_2H_5OH + MnO^-_4 +  H^+ rightarrow CH_3COO^- + MnO_2 + H_2O C_2H_5OH MnO^-_4
4 K_2CrO_4 + H_2SO_4  rightarrow K_2Cr_2O_7 + K_2SO_4 + H_2O H_2SO_4 K_2CrO_4
 
1
2
3
4
12 )  เมื่อไทเทรตสารละลาย Ce^{4+} เข้มข้น 1.0 mol dm^{-3} ปริมาตร 40.0 cm^3 กับสารละลาย Sn^{2+} เข้มข้น 1.0 mol dm^{-3} เมื่อถึงจุดยุติอ่นปริมาตรได้ 20.0 cm^3 เลขออกซิเดชันสุดท้ายของ Ce เป็นเท่าใด
กำหนดปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้อง Ce^{4+} + Sn^{2+} rightarrow Ce^{n+} + Sn^{4+}

 
+1
+2
+3
+5
13 )  กำหนดค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์รีดักชันที่ 298 K ดังนี้


























ปฏิิกิริยาครึ่งเซลล์รีดักชัน E^o (โวลต์)

Cl_2(g) + 2e^-  rightarrow 2Cl^-(aq)

+1.36
Ag^+(aq) + e^-  rightarrow Ag(s) +0.80
2H^+(aq) + 2e^- rightarrow H_2(g)
0.00
Ni^{2}(aq) + 2e^- rightarrow Ni(s)
-0.25
Zn^{2+} + 2e^-  rightarrow Zn(s) -0.76

ข้อใดถูก
 
ก และ ข E^o_{cell} = + 1.36 V และ +0.51 V
ข และ ค E^o_{cell} = + 0.51 V และ +0.25 V
ค และ ง E^o_{cell} = + 0.25 V และ +0.80 V
ก และ ง E^o_{cell} = + 1.36 V และ +0.80 V
14 )  กำหนดค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์รีดักชันที่ 298 K ดังนี้
























ปฏิิกิริยาครึ่งเซลล์รีดักชัน E^o (โวลต์)

Cu^{2+}(aq) + 2e^-  rightarrow Cu(s)

+0.34
Ni^{2+}(aq) + 2e^-  rightarrow Ni(s)
-0.25
Fe^{2+}(aq) + 2e^-  rightarrow Fe(s)
-0.44
Zn^{2+}(aq) + 2e^-  rightarrow Zn(s)
-0.76

พิจารณาข้อความต่อไปนี้


ก.การชุบโลหะด้วยสังกะสี จะต้องต่อแผ่นสังกะสีกับขั้วลบของแบตเตอรี


ข.การเคลือบแท่งเหล็กด้วยโลหะนิกเกิล จะช่วยยืดอายุการใช้งาน ทำให้การเกิดสนิมช้าลง


ค.ในการทำทองแดงให้บริสุทธ์ ต้องใช้แท่งทองแดงที่ไม่บริสุทธิ์เป็นแอโนด


ง.ก๊อกทองเหลืองที่ต่อกับแท็งก์น้ำเหล็ก เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก๊อกทองเหลืองจะผุ


ข้อใดถูก

 
ก และ ข
ข และ ค
ค และ ง
ง เท่านั้น
15 )  กำหนดข้อมูลต่อไปนี้
 
1
2
3
4
16 )  พิจารณาปฏิกิริยา 2A(s) rightarrow B(s) + 3C(s) + D(g) จากการทดลองพบว่า สาร A หนัก 60 กรัม สบายตัวให้ B 18 กรัม, C 36 กรัม และแก๊ส D ปริมาตร 3.36 dm^3 ที่ STP ค่ามวลโมเลกุลของสาร A, B, C และ D ในข้อใดถูก
 
1
2
3
4
17 )  สารข้อใดในปริมาณที่กำหนด มีน้ำหนักของออกซิเจนมากที่สุด
 
P_4O_10 หนัก 2.84 กรัม
NO_2(g) ปริมาตร 2.24 dm^3 ที่ STP
แอสไพริน (C_9H_8O_4) จำนวน 0.01 โมล
เอทานอล (C_2H_5OH) ความหนาแนน 0.8 g  cm^{-3} ปริมาตร 23 cm^3
18 )  ในการเตรียมน้ำยาฟอกขาว (NaOCl) เข้มข้น 2 mol dm^{-3} โดยการผ่านแก๊สคลอรีนที่ได้จากปฏิกิริยาระหว่าง KMnO_4 กับHCl ลงในสารละลาย NaOH 100 cm^3 ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเป็นดังนี้
2KMnO_4(s) + 16HCl(aq) rightarrow 2KCl(aq) + 2MnCl_2(aq) + 8H_2O(l) + 5Cl_2(g)
Cl_2(g) + NaOH(aq) rightarrow NaOCl(aq) + NaCl(aq) + H_2O(l) (สมการยังไม่ดุล)
จะต้องใช้ KMnO_4 หนักกี่กรัม
 
6.3
12.7
79.0
126.4
19 )  สารประกอบชนิดหนึ่งมีสูตรแอมพิคัลเป็น CH_2O ถ้านำสารนี้หนัก 9 กรัม มาละลายน้ำ 75 cm^3 จะได้สารละลายที่มีจุดเดือดเท่ากับ 100.34 องศาเซลเซียส (K_b ของน้ำ = 0.51 ^oCkg mol^{-1}, K_f ของน้ำ = 1.86 ^oC  kg  mol^{-1} )
 
สารประกอบนี้มีคาร์บอนอยู่ร้อยละ 40
สารละลายนี้มีความเข้มข้นเท่ากับ 0.5 mol dm^{-3}
สารละลายที่ได้มีจุดเยือกแข็งเท่ากับ – 1.24 องศาเซลเซียส
ถ้าเผาสารนี้ 9 กรัม จะได้แก๊ส CO_2 ปริมาณเท่ากับการเผา CaCO_3 30 กรัม
20 )  HA และ HB เป็นกรดอ่อน 2 ชนิดที่มีความเข้มข้น 0.10 mol dm^{-3} เท่ากัน ถ้าไทเทรตกรดอ่อนแต่ละชนิดปริมาตร 25 cm^3 ด้วย NaOH เข้มข้น 0.10 mol dm^{-3} การเปรียบเทียบ pH ของสารละลาย ข้อใดถูก
 
a < b, x < y
a < b, x > y
a > b, x > y
a > b, x < y
21 )  นำเกลือชนิดต่าง ๆ มาละลายน้ำแล้วนำไปวัด pH ด้วย pH meter การเรียงลำดับการเพิ่มขึ้นของ pH ของสารละลาย ข้อใดถูก
 
NaNO_2, KI, NH_4NO_3
KI, NH_4NO_3, Ca(ClO)_2
NaHSO_4, Ca(ClO)_2, KI
NH_4NO_3, KI, Ca(ClO)_2
22 )  การไทเทรตสารละลายกรดอ่อน HA ปริมาตร 25.00 cm^3 กับสารละลาย NaOH เข้มข้น 0.100 mol dm^{-3} ปริมาตรของ NaOH ที่จุดสมมูลเป็น 25.00 cm^3 อินดิเคเตอร์ในเหมาะสมที่สุดในการไทเทรตนี้ (กำหนดให้ K_b ของ A^- เท่ากับ 2.0 x 10^{-9})
 
1
2
3
4
23 )  กำหนดค่าพลังงานไอออไนเซชัน (kJ/mol) ของธาตุ X, Y และ Z ซึ่งเป็นธาตุสมมติ ดังนี้
ธาตุใดสามารถรวมกับฟอสเฟตในอัตราส่วน 3 ต่อ 2 และธาตุใดสามารถรวมกับน้ำได้ว่องไวที่สุด ตามลำดับ
 
Y และ X
Y และ Z
Z และ X
Z และ Y
24 )  ข้อความเกี่ยวกับแนวโน้มของสมบัติของธาตุต่อไปนี้ ข้อใดถูก
 
ธาตุในหมู่เดียวกัน ความเป็นโลหะจะเพิ่มขึ้นจากบนลงล่าง และมีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดเพิ่มในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะหมู่ IA, IIA และ IIIA
ไอออนของธาตุต่างชนิดกัน แต่มีจำนวนอิเล็กตรอนเท่ากัน ไอออนที่มีจำนวนโปรตอนน้อยกว่าจะมีขนาดเล็กกว่า
ที่คาบเดียวกัน รัศมีของอะตอมจะลดลงจากซ้ายไปขวา เนื่องจากประจุบวกที่นิวเคลียสเพิ่มขึ้น ทำให้ IE มีค่าเพิ่มขึ้นด้วย
ขนาดของอะตอมในหมู่เดียวกันเพิ่มขึ้นจากบนลงล่าง เนื่องจากระดับพลังงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่า IE ก็เพิ่มขึ้นจากบนลงล่างด้วย
25 )  พิจารณาสมการต่อไปนี้ ก.^{235}_{92}U + ^1_0n rightarrow X + ^{94}_{36}Kr + 3^1_0n ข.^{238}_{92}U + a rightarrow Y + ^1_0n ค.^{238}_{92}U + ^2_1n rightarrow Z + 2^1_0n เลขอะตอมและเลขมวลของธาตุ X, Y และ Z ควรเป็นข้อใด ตามลำดับ
 
1
2
3
4
26 )  หลอดไฟฟ้าโซเดียมที่ติดตามทางแยก จะให้แสงสีเหลืองตลอดเวลา เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรที่โซเดียม
 
อีเล็กตรอนของโซเดียมที่ระดับพลังงานสูงมีการสร้างพันธะใหม่
โซเดียมรับพลังงานไฟฟ้า ทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากอะตอมไป
โซเดียมรับพลังงานไฟฟ้า ทำให้อิเล็กตรอนกระโดดไปอยู่ในระดับที่สูงกว่า แล้วแปล่งแสงสีเหลืองออกมา
อิเล็กตรอนของโซเดียมรับพลังงานแล้วย้ายไปอยู่ในระดับพลังงานสูง เมื่อกลัยมาอยู่ในระดับพลังงานต่ำจึงปล่อยแสงสีเหลืองออกมา
27 )  กำหนดธาตุ _{11}X, _{15}Y และ_{17}Z สูตรของสารประกอบธาตุคู่ที่เกิดจากธาตุทั้งสาม ข้อใดเป็นไปได้
 
X_3Y YZ_3 XZ
X_3Y YZ_3 XZ_2
XY_3 YZ_3 XZ
X_3Y YZ_5 X_2Z
28 )  ธาตุ X มีเลขอะตอม 15 เกิดสารประกอบกับโฮโดรเจนได้หลายชนิด ได้แก่ XH^-, XH_3 และ H^+_4 เมื่อศึกษาโครงสร้างพลว่ามุมพันธะเพิ่มขึ้นตามลำดับ
พิจารณาข้อสรุปต่อไปนี้
ก.X เป็นอโลหะอยู่ในคาบที่ 3 เมื่อเกิดพันธะโคเวเลนต์กับไฮโดรเจนอาจไม่เป็นไปตามกฎออกเตต ทำให้มุมพันธะมีได้หลายค่า
ข.X เป็นอโลหะ เกิดพันธะโดเวเลนต์กับไฮโดรเจน จำนวนอิเล็กตรอนเป็นไปตามกฎออกเตต
ค.X เป็นธาตุในคาบที่ 3 เมื่อเกิดพันธะโคเวเลนต์กับไฮโดรเจนได้สารที่มีประจะไม่เท่ากัน เลขออกซิเดชันของ X ในสารทั้งสามจึงไม่เท่ากัน
ข้อสรุปใดถูก
 
ก เท่านั้น
ข เท่านั้น
ข และ ค
ก และ ค
29 )  สารในข้อใดที่แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นพันธะไฮโดรเจนทุกสาร
 
H_2NNH_2  CH_3F  H_2S  CH_4
CHCl_3  CH_3COCH_3  SiH_4  HCl
CH_3NH_2  HCOOH  HF  H_2O_2
NH_3  H_2O  H_2S  H_2CO_3
30 )  กำหนดธาตุสมมติ A, B, C และ D เมื่อรวมกับคลอรีนจะเกิดสารประกอบตามลำดับ ดังต่อไปนี้ การเรียงลำดับจำนวนเวเลนซ์อิเล็กตรอนของธาตุทั้งสี่ ข้อใดถูก
 
A < B < C < D
D < C < B < A
B < A < C < D
D < C < A < B
31 )  X และ Y เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เมื่อทำปฏิกิริยากับ Br_2และO_ ได้ผลิตภัณฑ์ดังนี้
X + Br_2 rightarrow C_5H_9Br + HBr
Y + 8O_2 rightarrow 5CO_2 + 6H_2O
สาร X และ Y ควรเป็นสารประเภทใด ตามลำดับ
 
แอลคีน แอลเคน
ไซโคลแอลคีน แอลเคน
แอลคีน แอลคีน
ไซโคลแอลเคน แอลเคน
32 )  สารประกอบคู่ใดต่อไปนี้สามารถบอกความแตกต่างได้ โดยการทดสอบกับสารละลาย KMnO_4ที่เจือจางและเย็น
 
กับ
กับ
กับ
กับ
33 )  ข้อใดสอดคล้องกับสมบัติของสาร A, B และ C ตามตารางต่อไปนี้
 
1
2
3
4
34 )  กรดแอซิติก 0.1 mol ทำปฏิกิริยากับสาร A - OH ในอัตราส่วน 1:1 ได้สาร B 11.7 กรัม คิดเป็นร้อยละ 90 ของผลได้ตามทฤษฎี สาร A – OH มีสูตรโมเลกุลเป็นอย่างไร
 
C_5H_{10}O
C_5H_{11}O
C_5H_{12}O
C_5H_{13}O
35 )  ไขมันชนิดหนนึ่งหนัก 1 กรัม ทำปฏิกิริยาพอดีกับไอโอดีน 0.86 กรัม สูตรโครงสร้างของไขมันในข้อใดสอดคล้องกับผลการทดลอง
 
36 )  พิจารณาโครงสร้างของสารต่อไปนี้ ก. ข. ค. ง. ข้อใดผิด
 
ก และ ข เป็นผงซักฟอก ส่วน ค และ ง เป็นสบู่
จุลินทรีย์สามารถย่อยสลาย ก และ ค ได้อย่างสมบูรณ์
ข และ ง เป็นโมเลกุลที่มีโซกิ่งที่จุลินทรีย์ไม่สามารถย่อยได้ จะเกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม
สารทั้ง 4 ชนิด สามารถกำจัดหยดน้ำมันออกจากผ้าได้
37 )  นักเรียนผู้หนึ่งนำน้ำมัน 3 ชนิด ที่มีเลขออกเทนต่าง ๆ กันมาผสมกันตามจำนวน ดังนี้ น้ำมันผสมที่ได้มีเลขออกเทนเท่าใด
 
83
87
91
95
38 )  ข้อความเกี่ยวกับพอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างดังนี้ ก.เป็นเทอร์โมพลาสติก ข.มอนอเมอร์ของสารนนี้คือ ค.ได้จากต้นยางพารา ข้อใดถูก
 
ก และ ข เท่านั้น
ข และ ค เท่านั้น
ก และ ค เท่านั้น
ก, ข และ ค
39 )  จงเลือกข้อที่เมื่อเติมลงในต่องว่างจะได้ตารางข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด
 
1
2
3
4
40 )  อุตสาหกรรมต่อไปนี้มีการใช้โซเดียมคลอไรด์หรือผลิตภัณฑ์จากโซเดียมคลอไรด์เป็นวัตถุดิบทั้งหมด
ยกเว้นข้อใด
 
ผงซักฟอก   น้ำประปา   ผงชูรส
น้ำประปา   เยื่อกระดาษ   โซดาแอช
การย้อมสี   ปุ๋ยเคมี   ผงชูรส
เยื่อกระดาษ   สบู่   น้ำยาฟอกขาว